McBrown

McBrown English Thailand
20 Jul

คอร์สเรียนภาษาสำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้เลย

เพราะความกลัวเกิดจากความไม่รู้

“มึงก็กล้าๆพูดดิวะ เดี๋ยวก็เป็นเอง” เคยไหมครับที่เพื่อนๆแนะนำเราแบบนี้ และเคยไหมครับที่แอบคิดกันในใจว่า “กูไม่ได้กลัว แต่กูไม่รู้จะพูดยังไง” แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป เพราะว่าอาย ใช่ครับ เพราะความกลัว มันเกิดจากความไม่รู้..

—–

ครูมีเรื่องหนึ่งที่เป็นจุดอ่อนของครูมากๆเลย คือเรื่องรถยนต์ คือครูไม่รู้เลยว่ามันประกอบไปด้วยอะไร ต้องดูอะไรบ้างเวลาขับรถ ทุกครั้งที่ขับๆไปก็ไม่รู้หรอกครับว่าที่ขับไปเนี่ยมันปกติไหม แม่ครูก็บอกตลอดว่าเวลาขับรถให้คอยฟังเสียงด้วยนะ ถ้าผิดปกติให้บอกแม่ ในใจครูก็ได้แต่คิดว่า “อ้าวแล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่า เสียงที่ได้ยินอยู่นี้มันปกติหรือเปล่า คำว่าผิดปกติของแม่ มันยากยิ่งกว่ากระทู้หาเพลงในพันทิปซะอีก บรืนๆ หรือครึกๆตึกๆ หรือ แกร๊กๆๆๆๆ อันไหนวะปกติ”

จนวันนึงรถดับ ถึงต้องรู้ว่า อ๋ออ (อ. อ่าง 10 ตัว) มันเป็นเพราะแบตเตอรี่นี่เอง แล้วก็เริ่มรู้วิธีการชาร์จแบตโดยการพ่วงสายไฟ รู้ว่ามีบริการเปลี่ยนแบตโดยส่งมอเตอร์ไซค์มา 24 ชม.

มีอยู่วันหนึ่งดับอีก ก็เลยรู้ว่าไม่ใช่แค่เพราะแบตเตอรี่นะ ถ้าเป็นปัญหาอื่นๆ เราต้องจ้างรถยก ก็เลยรู้ว่าต้องแก้ยังไง

จนมาอีกวันนึง รถชน ถึงต้องรู้ว่าเรียกประกันอย่างไร และประกันชั้นไหนครอบคลุมอะไรบ้าง และมีเงื่อนไขอย่างไร

มีอีกวันนึง ยางแตก จนแบนติดพื้น ถึงได้รู้ว่าเสียงแบบนี้นะคือยางแบนมากแล้ว และก็เลยทำให้ได้รู้ว่าหลังรถมียางอะไหล่อีกเส้นอยู่โดยที่เราไม่ต้องลงไปนอนกับพื้นเพื่อเอายางอะไหล่ออกมา แต่มันมีช่องลับๆ โดยการเปิดเสื่อออก

และก่อนที่ครูจะรู้เรื่องพวกนี้นั้น ครูขับรถด้วยความกลัวมาโดยตลอดเลยครับ ว่าสักวันหนึ่ง รถจะมีปัญหา.. แต่พอครูผ่านปัญหานั้นมาได้ ครูก็เลยรู้แล้วว่า แต่ละปัญหามันแก้ยังไง ต่อไปนี้ครูก็เลยจะขับรถด้วยความไม่กลัวอีกต่อไป เพราะผ่านปัญหามาเยอะแล้ว

คงไม่มีเพื่อนครูคนไหน มาบอกครูว่า “รถพังอ่ะ มึงก็ซ่อมๆไปเหอะ เดี๋ยวก็เป็นเอง” เพราะรถเป็นเรื่องที่ต้องการความชำนาญ .. แต่มันก็เช่นเดียวกับทุกเรื่องไม่ใช่เหรอครับ ที่ต้องการความชำนาญน่ะ? ใช่ครับ ภาษาอังกฤษก็เช่นเดียวกัน

ครูได้รับโทรศัพท์จากหลายคนตั้งแต่ครั้งแรกที่โทรมาสมัครเลยครับ แทบทุกสายจะพูดเลยว่า “หนูไม่รู้เรื่องภาษาอังกฤษเลยนะคะ โง่มากเลยนะคะ จะไหวไหมคะ” และทุกครั้งครูก็ตอบปลายสายไปอย่างมั่นใจว่า “ได้แน่นอนครับ ไม่ต้องห่วง” ที่ครูตอบไปแบบนั้นทุกครั้ง เพราะครูก็เห็นพัฒนาการของทุกคนมาแล้วน่ะสิครับ

เพราะเรายังไม่เคยเผชิญปัญหาในการใช้ภาษาอังกฤษเลย เราต้องทำผิดเรื่องนั้นๆก่อน เราถึงจะรู้วิธีการแก้ไข บางครั้งผิดเรื่องการวางคำ บางครั้งเราผิดเรื่องการอ่านออกเสียง บางครั้งผิดเรื่องคำศัพท์ เราก็มาแก้กันตามลำดับ ทีละเรื่องสองเรื่อง พอแม่นยำเรื่องนี้แล้ว ก็มาแก้ปัญหาเรื่องใหม่ กันอย่างนี้จนหมดทุกเรื่อง แล้วเราก็จะมั่นใจเองโดยที่ไม่ต้องให้เพื่อนมาบอกเลย ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรในภาษาอังกฤษ เราก็จะแก้ได้และพูดออกมาได้อย่างถูกต้อง

ครูเช็คกับนักเรียนเสมอโดยเฉพาะนักเรียนที่เรียนใกล้จะจบแล้ว ครูจะสอนโดยใช้ศัพท์เทคนิคล้วนๆ แล้วลองมองตานักเรียนและถามว่า เข้าใจมั้ย? ทุกคนก็เข้าใจกันหมดครับ โลกนี้ไม่ได้มีคนโง่ มีแค่เรายังไม่ได้เรียน “แบบถูกวิธี”

หากอยากเขียนได้ พอเรียน ก็ลองเขียน ผิดเรื่องการวางตำแหน่ง ก็มาแก้กัน
หากอยากพูดได้ พอเขียนเสร็จ ก็เอามาพูด ผิดเรื่องการออกเสียง ก็มาแก้กัน
หากอยากอ่านได้ พอรู้หลักการเสร็จ ก็เอามาสังเกตในสิ่งที่เขาเขียนมาว่ามันคือหลักอะไร
หากอยากฟังออก พออ่านออกแล้ว ก็มาจับกับเสียงที่เขาพูดว่าออกเสียงอย่างไร

วกกลับมาที่เรื่องของรถดับครับ แน่นอนว่า ถ้าครูจะต้องเผชิญปัญหาโดยลำพังแล้ว คงกลัวมากและไปต่อไม่ถูกจริงๆครับ โชคดีว่ามีพี่สาวของครูเป็นกูรูด้านรถ (ใครจะไปคิดว่าผู้หญิงก็เก่งเรื่องรถได้เหมือนกัน) คอยบอกครูตลอดเลยว่าต้องทำอย่างไร เลยทำให้ครูมั่นใจมากขึ้น

ที่ Brown English ครับ นักเรียนจะเป็นคนทำแบบฝึกหัดเอง แต่จะมีครูดูแลข้างๆ และบอกสิ่งที่ผิดเมื่อทำเสร็จแล้ว เพราะมันเป็นวิธีที่ได้ผลดีทีเดียวครับ

Leave a Reply